ไพ่จับหมู

ไพ่จับหมู เป็นเกมไพ่คล้าย ฮาร์ทส์ เล่นกัน 4 คน มีการลงไพ่ครั้งละ 1 ใบ เมื่อผู้เล่นลงไพ่คนละ 1 ใบครบทั้ง 4 คนก็นับว่าเป็น 1 ครั้งหรือ 1 ทริก

เป็นเกมเดิมพัน ที่เล่นได้ง่ายๆ และเป็นเกมยอดฮิตสำหรับนักพนันหลายๆท่าน

สนใจเล่นไพ่กับเราได้ที่ เล่นไพ่ออนไลน์ เกมไพ่ยอดฮิตที่ทำให้คุณได้เงินจริงในทุกวันเราเป็นผู้นำด้านคาสิโนออนไลน์ ที่รวบรวม เกมไพ่ต่างๆ ไว้อย่างมากมาย ที่สร้างรายได้ ให้สมาชิกผู้เล่นจริง ๆ

ไม่ว่าจะเป็น บาคาร่า ป๊อกเด้ง ไพ่แคง เกมสล็อต ทุกค่ายมากมาย ที่จะสร้างรายได้ให้สมาชิกอย่างมหาศาลตลอด 24 ชั่วโมง เพียงแค่มีมือถือ แท็บเล็ต เครื่องเดียว

ไพ่จับหมู
เล่นยังไง

ไพ่จับหมู เล่นยังไง

  • เล่นกัน 4 คนมีการลงไพ่ครั้งละ 1 ใบ
  • เมื่อผู้เล่นลงไพ่คนละ 1ใบครบทั้ง 4 คนก็นับว่าเป็น 1 ครั้งหรือ 1 ทริก
  • ในแต่ละครั้งใครลงไพ่แต้มสูงก็เป็นผู้กินคือเก็บไพ่ทริกนั้นไป
  • ซึ่งไพ่บางใบมีแต้ม ไพ่บางใบไม่มี
  • แต่ละรอบลงไพ่กัน 13 ทริก
  • มีการจดแต้มไว้ในแต่ละรอบสะสมกันไปจนจบเกม
  • เกมจะจบเมื่อผู้คนใดคนได้แต้มสะสมรวมได้แต้มสูงสุดหรือต่ำสุดตามแต่จะตกลงกัน เช่น +500 แต้มหรือ -500 แต้ม เป็นต้น
  • ส่วนมากเกมจะจบลงที่ทุกคนได้คะแนนเป็นลบ ใครได้แต้ม -500 ก่อนเรียกว่าเป็น หมู
  • แต่ก็เคยปรากฏว่าผู้ชนะได้แต้มรวมเป็นบวกก็มี

กติกา

  • แจกไพ่หมดทั้งกองให้ผู้เล่นทั้ง 4 คน ได้คนละ 13 ใบเท่ากัน
  • ในรอบแรกผู้ที่มีไพ่ 2 ดอกจิก จะต้องเป็นผู้ลงไพ่ คนแรกของรอบ หรือเรียกกันว่าเป็นผู้ lead ก่อน และต้อง lead ด้วย 2 ดอกจิก
  • มีคำถามว่าทำไมถึงต้อง lead ด้วย 2 ดอกจิก คำตอบก็คือดอกจิกเป็นหน้าที่เป็นกลางกว่าหน้าอื่น และการ lead ด้วย 2 ซึ่งเป็นตัวเล็กที่สุดจะมีการได้เปรียบเสียเปรียบกันน้อยที่สุด
    การ lead ไพ่จะหงายไพ่ลงตรงกลางวง โดยผู้ lead จะเลือกไพ่หน้า ดอกไหนก็ได้
  • ยกเว้นทริกแรกที่ต้อง lead ด้วย 2 ดอกจิก ดังกล่าว
  • ผู้เล่นคนถัดไปคือ คนทางซ้ายมือ leader จะต้องลงไพ่หนึ่งใบที่เป็นหน้า ดอกเดียวกันกับไพ่ของ leader เท่านั้น
  • เช่น Leader วาง 8 ดอกจิก เป็นใบแรก ในวงรอบนั้นจะต้อง ลงหน้า ดอกจิก เท่านั้น
  • ยกเว้นว่าจะไม่มีหน้าไพ่นั้น ๆ ที่เรียกกันว่า วอยด์ (void) จึงจะสามารถ เลือกใพ่ ใบไหนในมือ วางลงไปก็ได้
  • แต่เฉพาะในทริกแรก ห้ามลงไพ่ที่มีแต้ม (ห้ามยัด) เมื่อลงไพ่ครบ 4 คนแล้ว จึงจะดูว่าแต้มหน้าไพ่ของใครสูงที่สุด (ดูเฉพาะไพ่หน้าเดียวกับผู้ Lead เท่านั้น) จึงจะเป็นผู้ชนะได้กินไพ่ทั้ง 4 ใบไป
  • ผู้กินจะเป็นคน lead ในทริกต่อไปเล่นกัน 13 ทริก
  • เมื่อไพ่หมดมือก็จะนับแต้มของไพ่ที่ได้มาจดแต้มแล้วแจกไพ่ใหม่ และเกมต่อ ๆ ไปได้
  • คนที่ได้กินครั้งสุดท้าย (การ lead รอบที่ 13)จะเป็นคนลีดในเกมถัดไป เล่นจนกว่าจะมีคนได้ครบแต้มสูงสุดหรือต่ำสุดตามแต่จะตกลงกันก็ถือว่าจบเกม

การนับแต้ม
จะนับแต้มตามไพ่ที่ได้มาในการลีดแต่ละครั้ง

  • โพดำ – มีแต้มเฉพาะควีนโพดำ หรือ แหม่มดำ (หรือเรียกว่า หมู หรือ หมูจิ๋ม) มีแต้ม -100
  • โพแดง – ไพ่ตัวเลขแต่ละใบมีแต้มลบตามเลข คือ -2 ถึง -10, แจ็คโพแดง มีแต้ม -20, ควีนโพแดง มีแต้ม -30, คิงโพแดง มีแต้ม -40, เอซโพแดง มีแต้ม -50
  • หน้าข้าวหลามตัด – มีแต้มเฉพาะแจ็คข้าวหลามตัด หรือ แจ็คเหลี่ยม หรือ แจ็คหล่อ มีแต้ม +100
  • หน้าดอกจิก – มีแต้มเฉพาะ 10 ดอกจิก หรือเรียกว่า “กระจก” มีสองกรณีคือ ถ้าผู้เล่นได้ 10ดอกจิก ใบเดียวจะได้ +50 แต้ม แต่ถ้าได้ไพ่ใบอื่นมาด้วย 10ดอกจิก จะใช้เป็นตัวคูณสองของแต้มที่ได้ในรอบนั้น ๆ
  • กรณีที่ผู้เล่นไม่ได้ไพ่ที่มีแต้มเลย จะถือว่าได้แต้ม -50
  • กรณีที่ผู้เล่น คนหนึ่งได้ ไพ่หน้าโพแดง ครบทั้ง 13 ใบ จะเรียกว่า ช้วน หรือ ช้วนเล็ก
  • ช้วนเป็นคำภาษาจีนที่ใช้เรียกการกินหมดมือของเกมเลี๊ยบตุ่ย เป็นการทับศัพท์เฉย ๆ แต่ช้วนในเกมจับหมูนี้ นี้คงจะมาจากศัพท์ของไพ่ Bridge ว่า Small Slam ซึ่งเป็นการกินได้ 12 tricks จากไพ่ทั้งสำรับ 13 tricks
  • แต้มจะกลายเป็นบวกเท่ากับ +194 แต้ม ถ้าผู้เล่นได้ช้วนโดยได้แหม่มโพดำด้วย จะนับแหม่มเป็น+100 ในแต่ละแห่งอาจมีกติกาต่างกันบ้างกรณีมีผู้ช้วน ถ้ามีผู้อื่นได้แหม่มโพดำไป บางแห่งจะนับแต้มเป็น -100 บางแห่งจะนับเป็น +100
  • กรณีที่ผู้เล่นคนหนึ่งได้ ไพ่ที่มีแต้มทุกใบอยู่คนเดียว เรียกว่า บิ๊กช้วน (มาจากศัพท์ของไพ่ Bridge ว่า Slam หรือ Big Slam ซึ่งเป็นการกินได้หมดทั้ง 13 tricks) และได้แต้ม +1000
  • ถ้าอยากเล่นจับหมู แต่ว่าขาไม่ครบ (หมูพิการ) (หมู 1 ตัว มี 4 ขา) เล่น 3 คน ก็ได้ คือเอาไพ่ออกแบบสุ่ม 1 ใบ คว่ำไว้ในแต่ละตา

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ : มาทำความรู้จักกับ เกมไพ่เสือมังกร